วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
รุสโซ
ชารล์ เดอ มองเตสกิเออร์
ชารล์ เดอ มองเตสกิเออร์ (Charles de Montesqieu)
หรือ ชารล์ หลุยส์ เดอ เซก้องม บารอน เดอ ลา เบร์ด เอ็ท เดอ มองเตสกิเออร์ (Charles Louis de Secondat, baron de la Brede et de Montesquieu)
เกิด: ใกล้ บอกด์โดซ์ ในปี ค.ศ. 1689
เสียชีวิต: ปารีส ในปี ค.ศ. 1755
มองเตสกิเออร์เป็นหนึ่งในบรรดาตัวแทนที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่รู้จักในยุคภูมิธรรมในฝรั่งเศส ความสนใจในศาสตร์ต่างอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ประวัติศาสตร์ ปรัชญา กฎหมาย และการเมือง ส่งผลให้เขาโลดแล่นอยู่บนเส้นทางอาชีพอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา นักการเมือง นักประพันธ์รวมทั้งนักคิดทางการเมือง ในฐานะนักวิชาการผู้ประสบความสำเร็จในประวัติศาสตร์การเมืองโบราณ เขาได้ประพันธ์งานเรื่อง “The Guardeur and Decadence of Romans” (1734) ในขณะเดินทางอย่างต่อเนื่องเพื่อศึกษาการพัฒนาทางการเมืองของยุโรป หลังจากพำนักอยู่ในอังกฤษเป็นเวลา 2 ปี และเป็นที่ชื่อชมของจอห์น ล็อค (John Lock) และรัฐสภาอังกฤษ มองเตสกิเออร์ได้ประพันธ์งานที่โด่งดังไปทั่วเรื่อง “The Spirits of the Laws” ซึ่งเป็นหนังสือที่เป็นที่กล่าวขวัญทั่วยุโรปหลังจากได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในปี ค.ศ. 1748 เป็นช่วงเวลาที่เขาได้สร้างสิ่งที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบันนี้ กล่าวคือ ทฤษฎีแบ่งแยกอำนาจในระบอบการปกครองที่เสรีและใช้ได้จริง หากปราศจากการการคานอำนาจกันระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการก็จะไม่เกิดเสรีภาพและการป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด พื้นฐานแนวคิดดังกล่าวกลายเป็นต้นแบบของแนวคิดประชาธิปไตยเสรีที่นำมาใช้ในประเทศที่มีอารยะทั่วโลก แม้ว่าระบอบเผด็จการยังอยู่รอดอย่างดีมาด้วยก็ตาม
ความสนใจในแนวคิดเสรีนิยมโดยเฉพาะเป็นเครื่องเน้นย้ำให้เห็นถึงเสรีภาพทางการเมือง หลายคนมองว่าผลงานเรื่อง“Spirit of the Laws” ของเขานั้นเป็นการเริ่มต้นอย่างชาญฉลาดของแนวคิดการเมืองเสรีนิยมและให้ความสำคัญกับอิทธิพลของมองเตสกิเออร์ที่มีต่อหลักการของการตรวจสอบและคานอำนาจในรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา
มองเตสกิเออร์กล่าวไว้อย่างน่าเชื่อถือว่าการมองอำนาจทางการเมืองจากความเป็นจริงว่ามีแนวโน้มที่จะนำไปใช้ในทางที่ผิดจากผู้มีอำนาจในมือทำให้เกิดการลดการตัดสินใจและการเพิ่มเติมระเบียบของกฎหมายที่ไม่สามารถอธิบายได้ ไม่เพียงในด้านความปลอดภัยส่วนตัวและพลประโยชน์ของพลเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงผลประโยชน์และข้อได้เปรียบจากการแข่งขันที่มีต่อรัฐด้วย
มองเตสกิเออร์กล่าวไว้อย่างน่าเชื่อถือว่าการมองอำนาจทางการเมืองจากความเป็นจริงว่ามีแนวโน้มที่จะนำไปใช้ในทางที่ผิดจากผู้มีอำนาจในมือทำให้เกิดการลดการตัดสินใจและการเพิ่มเติมระเบียบของกฎหมายที่ไม่สามารถอธิบายได้ ไม่เพียงในด้านความปลอดภัยส่วนตัวและพลประโยชน์ของพลเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงผลประโยชน์และข้อได้เปรียบจากการแข่งขันที่มีต่อรัฐด้วย
มองเตสกิเออร์ยังเป็นต้นแบบในเศรษฐศาสตร์การเมืองจากการศึกษาความแตกต่างของการพัฒนาเศรษฐกิจของยุโรปและเอเชียรวมทั้งให้ความสำคัญกับการแข็งขันในตลาดเสรีเพื่อกำหนดราคาที่ถูกต้องให้แก่สินค้า
วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
เมโสโปเตเมีย
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
เคปเลอร์-452บี
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558
ญี่ปุ่น
วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558
เฮอรอโดทัส
เฮอรอโดทัส
Page issuesเฮอรอโดทัส (Herodotos หรือ Herodotus – ประมาณ พ.ศ. 58-118) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกผู้บันทึกสงครามเปอร์เซีย ผู้เริ่มต้นประวัติศาสตร์นิพนธ์ตะวันตก เกิดที่เมืองฮาลิคาร์นาสซัซ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเอเชียไมเนอร์ซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของเปอร์เซีย เฮอรอโดทัสได้เดินทางท่องเที่ยวศึกษาทั่วดินแดนในเอเชียไมเนอร์และตะวันออกกลาง และยังได้เดินทางลงใต้ไปอียิปต์ถึงเมืองเอเลแฟนทีน (อัสวานในปัจจุบัน)
วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558
มนุษย์คนแรกของโลกที่บันทึกเรื่องอดีตนำไปสู่การตั้งปัญหาทางปรัชญาและวิจัย
มนุษย์คนแรกของโลกที่บันทึกเรื่องอดีตนำไปสู่การตั้งปัญหาทางปรัชญาและวิจัย
ก่อให้เกิดความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์
เฮโรโดตุส(Herodotus หรือ Herodotos) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก มีชีวิตอยู่ราว 500 ปี ก่อนคริสตศักราช
มีชื่อเสียงจากการริเริ่มประวัติศาสตร์นิพนธ์ตะวันตก อันนำไปสู่การตั้งปัญหาเรื่องปรัชญาและการวิจัย ก่อให้เกิดความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์
เขาเกิดในเมืองฮาลิคาร์นาสซัส (Halicarnassus) ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเอเชียไมเนอร์ (Asia Minor) ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของเปอร์เซีย เขาเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวคนนึงที่มักบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่ได้พบเห็นขณะเดินทางไว้จำนวนมากและนำมาใช้เขียนข้อมูลพรรณนาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ชื่อ “ประวัติศาสตร์ของเฮโรโดตุส”(The Histories of Herodotus)ซึ่งได้รับการยกย่องจากวงวิชาการว่าเป็นวรรณกรรมรูปแบบใหม่
ประวัติศาสตร์ของเขาถือว่าเป็นบันทึกสงครามระหว่างกรีกกับเปอร์เซียในเชิงพรรณนา เขาบันทุกถึงการบุกรุกกรีกของเปอร์เซียในช่วง 500 ปี ก่อนคริสตกาล ขณะที่ยุคก่อนหน้านั้น ประวัติศาสตร์จะอยู่ในรูปแบบการเรียงลำดับของเรื่อง (Chronicle) และมหากาพย์(Epic) ซึ่งไม่ค่อยให้ความรู้เท่าไหร่นัก แต่เฮโรโดตุส ถือเป็นคนแรกที่ไม่ได้เพียงแค่บันทึกเรื่องราวในอดีตเท่านั้น หากแต่ยังนำไปสู่การตั้งปัญหาทางปรัชญาหรือการวิจัย ก่อให้เกิดความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์อีกด้วยงานเขียนดังกล่าวทำให้ ซิเซโร (Cicero) ให้สมญานามเขาว่า บิดาแห่งประวัติศาสตร์ (The Father of History)