วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อลิซาเบธ บาโธรี่ ผู้หญิงที่โหดที่สุดในโลก

อลิซาเบธ บาโธรี่ ผู้หญิงที่โหดที่สุดในโลก
ผู้หญิง

อลิซาเบธ บาโธรี่ ผู้หญิงที่โหดที่สุดในโลก

เปิดอ่าน 116,969

สำหรับ เอลิซาเบธ บาโธรี่ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอ เธอปรากฏในการ์ตูนหลายเรื่องมาก และเป็นผู้เชื่อมคีย์เวิร์ดคำว่า "เลือด" เข้ากับ "ความงาม" ส่วนพฤติกรรมนั้นโหดเหี้ยมไม่ต่างพวกผีดูดเลือดทั้งหลาย จนเธอได้รับฉายาว่าเคานท์สาวกระหายเลือด และได้บันทึกเป็นสถิตว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าเหยื่อมากที่สุดในโลกจนยากที่ไม่มีใครจะกล้าทำลายสถิตของเธอ

สถิตคือเธอฆ่าสาวพรหมจารีไปแล้วกว่า 605 ศพ!


 ประวัติ

เคาท์เตส อลิซาเบธ บาโธรี่ (Countess Elizabeth Báthory) เกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1560 ในเมือง Nyírbátor ประเทศฮังการี เป็นคนในตระกูล บาโธรี่ ซึ่งมีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์ฮังการีในสมัยนั้น

อลิซาเบธ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1614 (54 ปี) ในเมือง Čachtice ประเทศสโลวาเกีย

 

เคาท์เตส อลิซาเบธ บาโธรี่ เป็นหญิงสาวที่มีความเชื่อในเรื่องชีวิตที่เป็นอมตะ และต้องการคงร่างของตนเองให้คงดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ จึงมีความคิดที่ว่า หากได้อาบเลือดของหญิงสาวบริสุทธิ์แล้ว จะทำให้ตนเองดูอ่อนเยาว์ได้ตลอดไป เธอจึงสั่งให้คนรับใช้ไปเอาร่างของหญิงสาวบริสุทธิ์ มากรีดเอาเลือดใส่อ่างด้วยเครื่อง ไอรอน เมเดน (Iron maiden) แล้ว อาบต่างน้ำ โดยมีเหยื่อที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับเธอไปไม่น้อยกว่า 600 คน กว่าที่เธอจะถูกคนจับไปขังในคุกมืดจนตาย เธอได้รับสมญานามว่า The Blood Countess และ Countess Dracula

เอลิซาเบธ เกิดในปราสาทเชิงเขาคาร์เทียนใกล้ๆ กับแคว้นทรานซิลวาเนีย ซึ่งเป็นของตระกูลบาโธรี่อันเป็นตระกูลขุนนางชั้นสูงของฮังการี่และสืบสายมา จากตระกูลแฮบสเบิร์กอันเก่าแก่ของยุโรป ตระกูลบาโธรี่จึงเป็นตระกูลที่เก่าแก่ร่ำรวย มีอำนาจล้นหลาม เป็นที่น่ายำเกรงของประชาชนทั่วไป และปกครองแคว้นทรานซิลวาเนียมาหลายต่อหลายยุคสมัย

ความจริงแล้ว เอลิซาเบธไม่ใช่เด็กหญิงที่สวยงาม เธอออกจะขี้เหร่ด้วยซ้ำแต่ด้วยความที่เป็นลูกผู้ดีมีตระกูล จนจักรพรรดิมาร์คมิชิเลียนที่ 2 เคยมาขอดูตัวด้วยซ้ำ เอลิซาเบธจึงมีทั้งความสวยทั้งหน้าตา รูปร่าง(เธอคิดเอาเอง) และชาติตระกูลสูงส่ง แต่มันเหมือนนรกจับยัดมาเกิด เพราะเธอกลับมีอาการบกพร่องทางจิตอย่างรุนแรง

เป็นเรื่องธรรมดาของตระกูลเก่าแก่ที่มีการแต่งงานกันเองในหมู่ญาติเพื่อ รักษาทรัพย์สมบัติและอำนาจเอาไว้ ทำให้ผู้สืบสายเลือดตระกูลนี้จำนวนมากมีอาการบกพร่องทางจิตอันเนื่องมาจาก ลักษณะทางพันธุกรรม เป็นต้นว่าโรคฮิสทีเรีย พฤติกรรมรักร่วมเพศ หรือแม้แต่การสืบทอดของสาวกลัทธิบูชาปีศาจ ผู้มักมากในกาม ฯลฯ เอลิซาเบธ ก็เช่นเดียวกัน

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประโยชน์ของแตงกวา

ประโยชน์ของแตงกวา

  1. แตงกวามีสรรพคุณช่วยแก้กระหาย ลดความร้อนในร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  2. ช่วยกำจัดของเสียที่ตกค้างในร่างกาย
  3. แตงกวามีสารฟีนอลที่ทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ
  4. ผลและเมล็ดอ่อนมีฤทธิ์ช่วยตอต้านมะเร็ง
  5. ช่วยลดความดันโลหิต (เถาแตงกวา)
  6. ช่วยรักษาสมดุลต่าง ๆในร่างกาย รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ระดับภูมิคุ้มกันให้อยู่ในสุขภาพดี
  7. ช่วยควบคุมระดับความดันเลือดและความสมดุลของสารอาหารในร่างกาย (โพแทสเซียม, แมงกานีส)
  8. ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ ระบบการหมุนเวียนเลือด (แมกนีเซียม)
  9. ช่วยเสริมสร้างการทำความของระบบประสาท เพิ่มความจำ (ผล,เมล็ดอ่อน)
  10. ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ (ผล,เมล็ด)

ประโยชน์ของมะเขือเทศ

ประโยชน์ของมะเขือเทศ

สารไลโคฟีน (Lycopene) เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid)

ที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และช่วยในการป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย สารไลโคฟีนนี้มีประสิทธิภาพเหนือว่าสารเบต้าเคโรทีน และสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์อื่น ๆ ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่มดลูกและปอด ยังพบอีกว่า สารไลโคฟีนนั้น สามารถช่วยลดโอกาสความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในต่อมลูกหมากได้ มากถึง 21% อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมในตำรับยา ที่ใช้ป้องกันอันตรายอันเกิดจากการผลิตอนุมูลอิสระที่ผิดปกติ สารไลโคฟีนนี้จะพบมากในมะเขือเทศแดงสด แตงโม และฝรั่งขี้นกที่มีเนื้อสีชมพูอมแดง เป็นต้น 
การรับประทานมะเขือเทศเพียงวันละ 1-2 ลูกจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เป็นต้นว่า ช่วยต้านโรคความดันโลหิตสูง บำรุงดวงตา และสายตา บำบัดอาการปัสสาวะขัด บำรุงเหงือกและฟัน ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว เยียวยาโรคเลือดออกตามไรฟัน ต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ คุ้มกันไม่ให้เป็นหวัดง่าย แก้ท้องผูก และบำรุงผิวพรรณ และหากใช้มะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ หรือน้ำคั้นจากผลสดทาหน้า ช่วยทำให้ผิวหน้าตึง มีน้ำมีนวล

การรับประทานมะเขือเทศดิบ จะมีผลร้ายแรงเพราะจะมีสารที่ออกฤทธิ์รุนแรง จัดเป็นสารพิษ Steroidal alkaloid ในมะเขือเทศ คือ a-tomatine ซึ่งได้จากใบและส่วนเหนือดิน ในผลสีเขียวจะมี alkaloid 0.03% ในผลสุกไม่พบ alkaloid คุณสมบัติทางเภสัชวิทยาของ Steroidal alkaloid คือ ทำปฏิกิริยากับสเตียรอลที่เซลล์ผิวเป็นผลให้เม็ดเลือดแดงแตก ทำให้ผิวหนังและเนื้อบุผิวระคายเคืองอย่างแรง มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส รา และใช้เป็นยาฆ่าแมลงมีคุณสมบัติยับยั้งเอมไซม์โคลีนเอสเตอเรส กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและต่อมาจะทำให้เป็นอัมพาต หากรับประทานในขนาดที่จะทำให้เกิดพิษจะระคายเคืองทางเดินอาหารอย่างแรง

มะเขือเทศเป็นพืชชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มะเขือเทศขนาดปานกลางจะมีปริมาณ
วิตามินซีครึ่งหนึ่งของส้มโอทั้งผล มะเขือเทศผลหนึ่งจะมีวิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน 
นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตูอื่นๆ อีกหลายชนิด
มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูง เพราะมะเขือเทศมีวิตามิน P (citrin) ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด 

มะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะจึงสามารถแก้อาการความดันโลหิตสูง มะเขือเทศมีวิตามินเอจึงสามารถรักษาโรคตาได้ 
ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือมีวิตามินซีมากทำให้สามารถป้องกัน และรักษาโรคลักปิดลักเปิด ช่วยระบบการย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระอีกด้วย

ช่วยบำรุงผิวลดริ้วรอย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน ระบบการหมุนเวียนเลือดดีขึ้น และยังสามารถต้านมะเร็งได้ด้วย
มะเขือเทศยังมีสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อราได้


วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วันชาติฝรั่งเศส 14 กรกฎาคม

สุดอลังการกับการจุดพลุดอกไม้ไฟ เพื่อเฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศส 14 กรกฎาคม ที่หอไอเฟล กรุงปารีส




วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รวมค่าสมัครสอบ เด็ก ม.6


ค่าสมัครสอบวิชาต่างๆ
            - สอบ GAT PAT 13 วิชา วิชาละ140 บาท (เลือกสอบตามที่คณะกำหนด)
            - สอบ 7 วิชาสามัญ มี 7 วิชา วิชาละ100 บาท (เลือกสอบตามที่คณะกำหนด)
            - สอบ O-NET 
(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

ค่าสมัครสอบตรง
            - สอบตรง มศว ทั่วประเทศ คนละ600 บาท
            - รับตรง กสพท. ทั่วประเทศ คนละ700 บาท
            - รับตรง ธรรมศาสตร์ ทั่วประเทศ คนละ 400-500 บาท
            - รับตรง ม.บูรพา ทั่วประเทศ คนละ500 บาท
            - รับตรง จุฬาฯ ทั่วประเทศ คนละ350 บาท
            - รับตรง ส.พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง คนละ 500 บาท
            - รับตรง ม.เกษตรศาสตร์ ทั่วประเทศ คนละ 600 บาท
            - รับตรง มรภ.สวนดุสิต ทั่วประเทศ คนละ 300 บาท
            - โควตา ม.ศิลปากร คนละ 350บาท
            - รับตรง ม.อุบลราชธานี ทั่วประเทศ คนละ 300-500 บาท
            - รับตรง ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ คนละ 500 บาท


ค่าสมัครสอบตรง คณะสายแพทย์, ทันตแพทย์ และเภสัชฯ
            - ค่าสมัครสอบ กสพท. คนละ 700บาท
            - ค่าสมัคสอบ 7 วิชาสามัญ 700บาท
            - รับตรง คณะแพทยศาสตร์ ม.บูรพา ค่าสมัคร 500 บาท
            - รับตรง คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ค่าสมัคร 700 บาท
            - ม.มหิดล โครงการมหิดลเพื่อชาวชนบท (แพทย์, ทันตะฯ) 700 บาท
            - รับตรง คณะแพทยศาสตร์ ม.มหาสารคาม ค่าสมัคร 1,000 บาท
            - รับตรง คณะทันตะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น ค่าสมัคร 1,000 บาท
            - รับตรง คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น
                        โครงการ MDX  ค่าสมัคร1,200 บาท
                        โครงการ MD02  ค่าสมัคร1,000 บาท
                        โครงการ CPIRD (MD03,MD04,MD05,MD11) ค่าสมัคร1,000 บาท
            - คณะเภสัชศาสตร์ ม.บูรพา ค่าสมัคร 500 บาท


ค่าสมัครสอบตรง คณะสายอื่นๆ
            - คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ค่าสมัคร 500 บาท
            - คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ค่าสมัคร 300 บาท
            - คณะวิทยาศาสตร์ ม.ศิลปากร ค่าสมัคร 300 บาท
            - ดุริยางคศิลป์ ม.ศิลปากร ค่าใบสมัคร 350 บาท ค่าสมัครสอบ 1,500 บาท
            - คณะมนุษยศาสตร์ (ดนตรี) ม.เกษตรศาสตร์ ค่าสมัคร 600 บาท
            - คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ค่าสมัคร 1,000 บาท
            - คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร ค่าสมัคร 2,000 บาท
            - รับตรง ม.ขอนแก่น
              ค่าสมัครสอบ 5 วิชาแรกเหมาจ่าย500 บาท วิชาต่อไปวิชาละ 50 บาท
            - โควตา ม.เชียงใหม่ ทุกโครงการ/ทุกคณะ/ทุกสาขา ค่าสมัคร 200 บาท


ค่าสมัครสอบแอดมิชชั่น
            - ค่าระเบียบการแอดมิชชั่น เล่มละ100 บาท
            - ค่าสมัครแอดมิชชั่น 4 อันดับ อันดับแรก 100 บาท อันดับต่อไปอันดับละ50 บาท

            

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

>>วิธีทำ GAT เชื่อมโยง ให้ได้คะแนนเต็ม<<

>>วิธีทำ GAT เชื่อมโยง ให้ได้คะแนนเต็ม<<

1. อ่านคำสั่งก่อนเสมอ

          น้องๆควรอ่านคำสั่งในการทำข้อสอบก่อนทำข้อสอบก่อนเสมอ ว่าสัญลักษณ์แต่ละตัวแทนความหมายว่าอย่างไร เช่น A  แทน “ส่งผลทำให้” เพราะสัญลักษณ์หรือตัวอักษรเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงความหมายไป ไม่เหมือนกับที่น้องๆเคยทำมาในข้อสอบเก่าก็เป็นได้ ดังนั้นอ่านคำสั่งก่อนครับ เพื่อความไม่ประมาท    

 

2. ขีดเส้นใต้คำเนียนทุกคำ

          ก่อนทำข้อสอบให้น้องๆอ่านคำหรือข้อความที่โจทย์กำหนดมาให้(ตัวหนาในบทความ)เชื่อมโยงก่อน แล้วจึงขีดเส้นใต้ “คำเนียน” หรือคำที่มีความหมายเหมือนกับคำที่โจทย์กำหนดมาแต่ใช้คำที่แตกต่างกัน เช่น ข้อสอบทำตัวหนาคำว่า“ป่าชายเลน” แล้วในข้อสอบบอกว่า “ป่าชายเลนหรือป่าโกงกาง เป็นป่า......” หมายความว่าคำว่า “ป่าชายเลน” และ “ป่าโกงกาง” นั้นมีความหมายเหมือนกัน น้องๆจึงควรขีดเส้นใต้ทั้งสองคำเมื่ออ่านเจอในบทความเสมอเพื่อป้องกันความสับสน

 

 

3. มีสติและสมาธิดีๆในขณะทำข้อสอบ

          เนื่องจากข้อสอบนั้นเป็นบทความที่มีความยาวมาก ดังนั้นการมีสติและสมาธิในการอ่านบทความทุกคำให้ละเอียดนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะการเชื่อมโยงบางคำนั้นอาจซ่อนอยู่เพียงบรรทัดใดบรรทัดหนึ่งในบทความก็เป็นได้

 

4. อย่าคิดเอง เออเอง

          การคิดเอง เออเอง เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้น้องๆเสียคะแนนไปได้เป็นจำนวนมากในการทำข้อสอบ GAT เพราะบทความใน ข้อสอบ GAT เชื่อมโยง นั้นในหลายๆครั้งจะเป็นเรื่องราวที่น้องๆอาจจะพอมีความรู้ในเรื่องดังกล่าวอยู่บ้างแล้ว จึงทำให้เมื่ออ่านบทความไปเรื่อยๆน้องๆจะมีการเพิ่มเติมเนื้อหาที่เคยรู้มาก่อนแล้วมาไว้ในสมองโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้การตีความหมายบทความนั้นผิดไปได้มากเลยละ ดังนั้นน้องๆควรจะอ่านและตีความหมายตามบทความที่โจทย์ให้มาเท่านั้น ห้ามคิดไปเองเพิ่มเติมเด็ดขาด

 

5. อ่านไป ร่างไป

         พี่แนะนำให้น้องๆ อ่านบทความไปพร้อมร่างแผนภาพไปด้วย เช่นเมื่อเจอ “การปลูกป่า(01) ส่งผลให้ อากาศโดยรอบดีขึ้น(02)” น้องๆก็ควรจะทำแผนภาพเชื่อมโยงระหว่าง 01 และ 02 ไปด้วยเลย ไม่ต้องรอมานั่งร่างแผนภาพใหญ่ทีเดียว เพราะจะทำให้เสียเวลาและสับสนได้

 

6. ระวังรายละเอียดการขีดเส้นใต้คำ

                เช่น การตัดไม้ทำลายป่า(01) ทำให้ที่อยู่อาศัยของสัตว์ลดลง(02) จะเชื่อมโยงไม่เหมือนข้อความ

                 การตัดไม้ทำลายป่า(01) ทำให้ที่อยู่อาศัยของสัตว์ลดลง(02)

 

7. ดูเส้นที่ลากออกจากตัวเท่านั้น

          เมื่อต้องฝนรหัสคำตอบ ให้ดูเส้นที่ลากออกจากคำหรือข้อความเท่านั้น เช่น มีเส้นที่ลากออกจาก (10) อยู่ 3 เส้นในแผนภาพแสดงว่า เมื่อฝนรหัสคำตอบลงใน ข้อความที่(10) จะต้องมีเพียง 3 รหัสคำตอบเท่านั้น

 

 

8. ถ้าคำตอบใดมี 99H แล้วจะไม่มีคำตอบอื่นอีก

          เมื่อมี 99H ในคำตอบใดแล้วจะไม่มี 03D 02A หรือคำตอบอะไรอื่นๆอีกแน่นอน

 

9. ตรวจสอบคำตอบเมื่อฝนคำตอบ

          ตรวจสอบอีกครั้งก่อนส่งว่าคำตอบที่ฝนรหัสกับแผนภาพที่ร่างไว้นั้นตอบเหมือนกันหรือไม่ เพราะถ้าน้องๆอุตส่าห์ร่างแผนภาพได้ถูกต้องแล้วจะต้องมาเสียคะแนนไปเพียงเพราะฝนรหัสคำตอบผิดคงจะน่าเสียใจไม่ใช่น้อย

          เป็นอย่างไรบ้างครับกับ วิธีทำ GAT เชื่อมโยง ให้ได้เต็มโดยติวเตอร์จาก Top-A tutor หวังว่าจะพื้นฐานให้น้องๆได้รู้เทคนิคคร่าวๆก่อนที่จะไป เรียนพิเศษตัวต่อตัว หรือ ติว GAT เชื่อมโยง ตามสถาบันต่างๆนะครับ