วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

12 ช่อง youtube สอนภาษอังกฤษ



1. MsLingLingOfficial

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องแรกที่อยากแนะนำเป็นช่องคนคุณหลิงหลิงค่ะ ชาว Dek-D น่าจะรู้จักดีอยู่แล้ว เพราะคุณหลิงหลิงมีกระทู้ดีๆ มาแบ่งปันพวกเราอยู่เสมอ พี่พิซซ่าเองก็เป็นแฟนคลับคุณหลิงหลิงเช่นกันค่ะ แต่ละคลิปของคุณหลิงหลิงไม่ยาวมาก ทำให้ไม่ต้องรอโหลดนาน 555 แต่ต้องบอกว่าสั้น กระชับ ตรงประเด็น และอัดแน่นไปด้วยความรู้สุดๆ เลยค่ะ เป็นแนวภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันแบบทันสมัย นอกจากนี้ยังมีเกร็ดความรู้ด้านวัฒนธรรมต่างชาติ และบอกเล่าประสบการณ์ของคุณหลิงหลิงเองด้วย ใครอยากไปเรียนต่างประเทศไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ


2. jadambrad

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องนี้เป็นของอาจารย์อดัม แบรดชอว์ค่ะ หลายคนน่าจะคุ้นเคยอยู่แล้ว อาจารย์อดัมเป็นอีกหนึ่งเจ้าของภาษาที่เข้าใจภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยดีมากกกกกก รู้เลยว่าปัญหาของนักเรียนชาวไทยอย่างเรามีอะไรบ้าง เข้าใจในความสงสัยของเราดี แถมมีกราฟิกน่ารักอ่านง่ายประกอบการสอนด้วย ตั้งเป็น Playlist แล้วดูไปเรื่อยๆ เพลินมากเลยค่ะ


3. bbclearningenglish

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องนี้เป็นของสำนักข่าว BBC ค่ะ โดยจัดทำเป็นช่องสำหรับให้เรียนภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ใครอยากเรียนสำเนียงผู้ดีอังกฤษต้องช่องนี้เลยค่ะ คลิปในช่องนี้มีหลายประเภทค่ะ ทั้งศัพท์จากข่าว ศัพท์ตามหัวข้อ วรรณกรรมและวัฒนธรรมอังกฤษ แถมแต่ละคลิปจะพูดช้าๆ ชัดๆ ให้จับสำเนียงกันไปเลย น้องๆ สามารถออกเสียงตามได้ เพราะส่วนมากเขาจะเว้นระหว่างคำให้เราออกเสียงตามได้อยู่แล้ว ได้ทั้งความรู้ภาษาอังกฤษ และความรู้เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ในโลกไปด้วยในเวลาเดียวกันค่ะ


4. realenglish1

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องนี้เหมาะกับการฝึกฟังมากเลยค่ะ เพราะจะทำคลิปเดียวกันออกมา 2 เวอร์ชั่น คือคลิปแบบมีซับไตเติ้ลให้อ่านตาม และคลิปแบบไม่มีซับค่ะ แถมยังมีแบบฝึกหัดเยอะมากๆ ให้ทำด้วย เป็นอีกช่องที่พี่แนะนำเลยค่ะ


5. JenniferESL

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     เป็นอีกหนึ่งช่องที่มีชื่อเสียงและสร้างมาตั้งแต่ปี 2007 ค่ะ มีสองร้อยกว่าคลิป ครบทั้งเรื่องศัพท์ แกรมมาร์ สำนวน การออกเสียง ไปจนถึงการเขียนภาษาอังกฤษ ตามเรียนแต่ละหมวดได้ง่ายๆ เลยค่ะ เสียงคุณเจนนิเฟอร์ฟังชัดมาก เธอจะอธิบายช้าๆ ด้วยสำเนียงอเมริกันที่ชัดแจ๋ว ได้ทั้งความรู้และสำเนียงชัดๆ เลย


6. Linguaspectrum

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องนี้สอนภาษาอังกฤษแบบบริติชค่ะ มีทั้งความหมายศัพท์และสำนวน การออกเสียงคำยาก และหมวดหัวข้อต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษในสนามบิน หรือศัพท์กลุ่มดนตรี มีตัวหนังสือให้อ่านตามและมีเวลาให้ออกเสียงตามด้วย นอกจากนี้ยังมีลิ้งค์ให้ตามไปทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมได้อีก


7. podEnglish

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องนี้สอนแกรมมาร์และศัพท์ผ่านสถานการณ์ต่างๆ ค่ะ โดยมีระดับความยากง่ายของภาษาให้มาด้วย จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเจอคลิปง่ายไปหรือยากเกินไป เนื้อหาในแต่ละคลิปก็จะแบ่งเป็น 3 ช่วงคือช่วง watch ให้เราดูสถานการณ์จำลอง, learn เราจะได้เรียนศัพท์ สำนวน และแกรมมาร์ต่างๆ จากนั้นก็เป็นช่วง try ที่ให้เราลองคุยด้วย และช่วงสรุปค่ะว่าเรียนอะไรไปบ้างในคลิปนั้นๆ ที่ชอบช่องนี้อีกอย่างคือบางคลิปไม่ได้มีเฉพาะภาษาอังกฤษ 2 สำเนียงหลักเท่านั้น บางครั้งก็เป็นชาวต่างชาติอื่นๆ มาพูดภาษาอังกฤษ เป็นการฝึกหูให้ฟังภาษาอังกฤษรอบโลกได้ดีขึ้นค่ะ


8. BritishCouncilLE

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องเรียนภาษาอังกฤษจาก British Council ค่ะแกรมมาร์ในแต่ละคลิปอธิบายโดยใช้อนิเมชั่นที่ดูง่ายๆ (แต่ละไวยากรณ์แน่นมากใน 1-2 นาที) มีภาษาอังกฤษในแต่ละสถานการณ์ด้วย นอกจากนี้ยังมีเกร็ดความรู้เรื่องวัฒนธรรมอังกฤษอีกต่างหาก พี่พิซซ่าให้คะแนนเนื้อหาแกรมมาร์ในช่องนี้แบบเทใจเลย มันดีจริงๆ


9. rachelsenglish

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องนี้สำหรับเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันโดยเฉพาะค่ะ บอกเลยว่าละเอียดมากจริงๆ นอกจากสอนการออกเสียงแต่ละพยัญชนะและสระแล้ว ยังมีเรื่องของการเชื่อมเสียงและการกร่อนเสียงอีกด้วย ใครอยากพูดได้เหมือนชาวอเมริกันต้องติดตามคุณเรเชลเลยค่ะ


10. PrivateEnglishPortal

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องนี้เหมาะกับวัยมัธยมปลายขึ้นไปค่ะ บางคลิปอาจจะเหมาะกับวัยมหาวิทยาลัยขึ้นไปด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าเพราะมีเรื่อง 18+ นะคะ แต่เพราะเนื้อหาค่อนข้างจริงจัง และสไตล์การสอนเหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัยมากกว่า กลัวเด็กๆ จะเบื่อซะก่อน แต่เนื้อหาของคุณสตีฟ ฟอร์ด ถือว่าแน่นมากๆ เลยค่ะ เรียกว่าฟังครบแล้วก็สอบ TOEFL ได้เลยแหละ(แต่ฟังแล้วต้องคิดตามและตอบด้วยนะ) นอกจากนี้คุณสตีฟจะสอนแต่ละเรื่องตามที่มีคนถามเข้ามาค่ะ คนที่ถามเข้ามาก็มาจากทั่วโลก เป็นคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักทั้งนั้น และคุณสตีฟจะแก้ไขคำถามที่ถูกส่งเข้ามาให้ด้วย ซึ่งส่วนมากจะผิดคล้ายๆ กับที่เราชาวไทยชอบใช้ผิดเลย


11. thedailyenglishshow

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม

     ช่องนี้มาจากนิวซีแลนด์ค่ะ สำเนียงอาจจะไม่คุ้นหูกันซักนิดนึง แต่รับรองว่าได้ความรู้ไม่ต่างกัน พี่พิซซ่าชอบช่องนี้ตรงที่อัพคลิปบ่อยมากกกกกกก บางช่วงอัพติดกันทุกวันทั้งเดือนเลย ตอนนี้มีพันกว่าคลิปแล้ว แต่ละคลิปทำเหมือนเป็นรายการสอนภาษาอังกฤษง่ายๆ ในแต่ละวัน ได้ศัพท์เพียบเลย


12. duncaninchina

12 ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษที่ต้องติดตาม 

     สำหรับช่องนี้คลิปส่วนมากจะยาว 20 นาที แต่คลิปสั้นๆ ก็มีเช่นกัน (ยาวเกินเกณฑ์ไปหน่อยแต่ดีจริงจนอยากแนะนำ) คุณดันแคนจะสอนโดยมีมุกตลกหรืออารมณ์ขันแทรกอยู่เสมอ คำอธิบายในแต่ละศัพท์หรือเรื่องที่ยกมาค่อนข้างเข้าใจง่าย ใช้ภาษาแบบที่ใช้จริงกันในชีวิตประจำวัน แถมน้ำเสียงที่พูดยังใส่อารมณ์ความรู้สึกลงไปด้วย ทีนี้ได้เจอภาษาอังกฤษในหลายน้ำเสียงเลย ทั้งกลั้วหัวเราะ เสียงตื่นเต้น เสียงล้อเล่น หรือเสียงโหดๆ และอีกมากมาย ใครอยากพูดอังกฤษแบบมีจริตดราม่าคล้ายเวลาเม้ามอยกับเพื่อนในภาษาไทยไม่ควรพลาดคลิปของคุณดันแคนค่ะ

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

5อันดับรถติดครั้งประวัติศาสตร์



อันดับ 1 ปักกิ่ง ประเทศจีน เดือนสิงหาคม 2010


5 อันดับสุดยอดรถติดครั้งประวัติศาสตร์ของโลก!!


     รถติดครั้งนี้ยาวเกือบ 100 กิโลเมตร และติดนานถึง 12 วันเลยค่ะ ซึ่งถนนที่ติดนี้คือทางด่วนปักกิ่ง-ทิเบต ซึ่งปกติทางด่วนนี้ใช้เวลาเดินทางจากต้นจนจบเพียง 3 วัน (ด่วนแล้วหรอนั่น) ส่วนสาเหตุของรถติดมหากาฬครั้งนี้ไม่ใช่เพราะน้ำท่วม พายุถล่ม หรือมีไคจูมาบุก แต่เป็นเพราะมีรถมากเกินไปบนถนน และไม่มีใครยอมใคร แถมยังมีรถบรรทุกและรถทำถนนอีกหลายคันติดคาอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งรถพวกนี้ตั้งใจจะขยายช่องทางจราจรเพิ่มเพื่อบรรเทารถติดแท้ๆ ได้แต่สงสัยว่าจะหาของกินจากไหน และเข้าห้องน้ำที่ไหนกัน



อันดับ 2 เบเธล รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เดือนสิงหาคม 1969


5 อันดับสุดยอดรถติดครั้งประวัติศาสตร์ของโลก!!


     ช่วงวันที่ 15 - 18 สิงหาคมของปีนั้น มีการจัดงานเทศกาลดนตรีและศิลปะวู้ดสต็อก (Woodstock Music & Arts Festival) ขึ้น ผู้คนกว่า 5 แสนคนจากทั่วประเทศหลั่งไหลเข้ามาทางถนน New York Thruway จนรถติดยาวกว่า 32 กิโลเมตร เหล่านักดนตรีต้องออกมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์แทน เพื่อให้พาไปส่งถึงเวที ส่วนผู้ชมที่รถติดอยู่ก็ตัดสินใจทิ้งรถแล้วเดินไปเรื่อยๆ หรือไม่ก็นั่งชมดนตรีบนหลังคารถตัวเองไปเลย ซึ่งทั้งสายฝนที่กระหน่ำลงมาตลอดวันงาน และดินที่กลายเป็นโคลนจนรถติดหล่ม ก็ไม่ทำให้ผู้ชมท้อถอย (ถอยกลับไม่ได้จริงๆ ณ จุดนั้น)



อันดับ 3 ชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เดือนกุมภาพันธ์ 2011


5 อันดับสุดยอดรถติดครั้งประวัติศาสตร์ของโลก!!


     วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2011 แม้จะใกล้หมดหน้าหนาว แต่ปีนั้นหน้าหนาวกลับมาช้ากว่าปกติ และทำให้จู่ๆ หิมะก็ตกหนักเสียอย่างนั้นในเวลาเลิกงาน ผู้คนที่เหน็ดเหนื่อยจากงานและกำลังเดินทางกลับบ้านต้องเซ็งไปตามๆ กัน เมื่อหิมะเทลงมาจนสูงกว่าครึ่งเมตร ไม่ต้องพูดถึงรถที่ติดอยู่ในกองหิมะจนขยับไม่ได้ ส่วนที่ขยับได้ก็เกิดอุบัติเหตุแทบจะทุกๆ ไฟแดง กว่าทางการจะเคลียร์ถนนทั้งเส้นได้ และสามารถลากรถออกจากกองหิมะก็ปาไป 12 ชั่วโมงกว่าๆ ไม่ต้องไปทำงานวันรุ่งขึ้นเลย



อันดับ 4 เยอรมนี เดือนเมษายน 1990


5 อันดับสุดยอดรถติดครั้งประวัติศาสตร์ของโลก!!


     ไม่นานหลังจากทำลายกำแพงเบอร์ลินที่แยกเยอรมนีออกเป็นฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตก เมื่อถึงเทศกาลอีสเตอร์ทุกคนต่างก็อยากไปเยี่ยมญาติที่ตัดขาดจากกันมาหลายปี ทำให้วันที่ 12 เมษายนในปีนั้นมีรถอยู่บนถนนมากถึง 18 ล้านคัน ทั้งที่ปกติมีรถใช้เดินทางประจำแค่วันละ 5 แสนคันเท่านั้น (ลองคิดเลยว่ามากกว่าปกติตั้งกี่เท่า) กว่าจะถึงบ้านญาติก็น่าจะเลยเทศกาลไปเรียบร้อยแล้ว



อันดับ 5 ทางหลวงระหว่างรัฐสาย 45 รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เดือนกันยายน 2005 


5 อันดับสุดยอดรถติดครั้งประวัติศาสตร์ของโลก!!


     วันที่ 21 กันยายน 2005 ประชาชนในเมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัสได้รับแจ้งให้อพยพออกจากตัวเมืองด่วน เพราะพายุเฮอร์ริเคนริต้ากำลังเคลื่อนมาใกล้แล้ว ทำให้ประชาชนกว่า 2.5 ล้านคนในเมืองรีบขนของขึ้นรถและมุ่งหน้าไปตามทางหลวงสาย 45 แต่ด้วยจำนวนรถที่มากเกินไป ทำให้รถติดยาวกว่า 160 กิโลเมตร กินเวลาถึง 48 ชั่วโมงเต็ม ทำให้คนส่วนใหญ่ทิ้งรถและเดินเท้าแทน หลังพายุผ่านไป รถหลายแสนคันถูกทิ้งไว้ตามทางยาวเกือบ 500 กิโลเมตร แต่ผู้คนที่อพยพไปถึงเมืองอื่นทันก็ปลอดภัยจากเฮอร์ริเคนลูกนี้

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

7 เรื่องเรืออับปางที่คุณอาจไม่รู้


         เมื่อพูดถึงเหตุการณ์เรืออับปาง เราอาจจะเห็นว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่รู้มั้ยว่าการเกิดขึ้นในแต่ละครั้งทำให้เกิดความสูญเสียตามมามากมาย พิสูจน์ได้จากเหตุการณ์เรือล่มตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากก็เสียหายไม่ว่าจะเป็นเรือ ทรัพย์สินที่ติดมากับผู้โดยสาร หรือสินค้าที่บรรทุกมาในเรือ ก็ต้องจมลงที่ก้นบึ้งมหาสมุทรแทบทั้งสิ้น และเหตุการณ์เรือล่มที่น่าจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดและโด่งดังที่สุด ก็คือ เรือไททานิค เกิดจากเรือชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง จากจุดเล็กๆ ทำให้น้ำทะลักเข้าท้องเรืออย่างรวดเร็ว เพียงแค่ 3 ชั่วโมงเรือไททานิคที่ได้ขึ้นชื่อว่า "เรือที่ไม่มีวันจม" ก็หายวับจากผิวน้ำ (ใครอยากดูภาพหายากจากเหตุการณ์ไททานิคล่ม ตามอ่านได้ที่นี่เลย)
 
7 เกร็ดความรู้ "เรืออับปาง" ที่อยากให้อ่าน (ทั้งอึ้ง ทึ่ง หลอน)

         
 
  × ซากเรืออับปางที่เก่าแก่ที่สุด
       ซากเรืออับปางที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยค้นพบมีอายุกว่า 3,000 ปีแล้วค่ะ โดยเป็นเรือขนส่งสินค้าสองลำที่แล่นอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อประมาณปี 1,200-1,350 ปีก่อนคริสตศักราช โดยพบอยู่ใกล้ๆ ชายฝั่งตุรกีที่อูลูบูรุนและเกลิโดเนีย พายุพัดเรือทั้งสองลำไปขนกับหิน ก่อนจะจมลง ตัวเรือของเรือทั้งสองลำแทบจะสูญสลายไปหมดแล้ว เหลือเพียงเศษไม้นิดๆ หน่อยๆ นักโบราณคดีต้องกะขนาดรูปร่างเรือจากสินค้าของเรือที่กระจัดกระจายในทะเล
       นอกจากนี้เรืออับปางในยุคแรกๆ ส่วนใหญ่ก็พบว่ามักจะเป็นเรือที่บรรทุกสินค้า มีการบรรทุกสินค้าสารพัดชนิด เช่น ไวน์ น้ำมันมะกอก ไปจนถึงงานศิลปะและทาส!

 
   x เรือที่ออกแบบมาดีก็ต้องแพ้อากาศที่เลวร้าย
         การค้นพบเรืออับปางยังมีประโยชน์ในแง่ของประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีในแต่ละสมัยด้วย เพราะอย่างในเคสที่ค้นพบซากเรือของจีนในปี ค.ศ.1973 ใกล้กับเมืองฉวานโจว ทำให้เรารู้ว่าเรือสำเภาจีนเป็นเรือใบเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก
         ซากเรือสำเภาที่ค้นพบมายาวถึง 34 เมตร กว้าง 11 เมตร และน่าจะบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 350 ตัน เรือมีกระโดง 3 เสา แต่ละเสาใหญ่กว่าเรือฝั่งยุโรปในยุคเดียวกันถึง 5 เท่าเลยทีเดียว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เรือสำเภาลำนี้จมลง อาจเป็นเพราะพายุไต้ฝุ่น พัดเรือไปชนกับหินจนเรือเป็นรูขนาดใหญ่ น้ำจึงเข้าไปอยู่ในช่องข้างในเรือเต็มทุกช่อง เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่เรือที่ออกแบบมาดีที่สุดก็ไม่อาจรอดพ้นจากสภาพอากาศอันเลวร้ายได้ค่ะ

 
   x เรือรบก็อับปางได้!
 
7 เกร็ดความรู้ "เรืออับปาง" ที่อยากให้อ่าน (ทั้งอึ้ง ทึ่ง หลอน)

         เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1545 แมรีโรสเป็นเรือธงของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ ออกแบบมาเพื่อการรบ สามารถยิงปืนและลูกธนูได้ หรือจะแล่นเข้าเทียบเรือศัตรูเพื่อให้ลูกเรือกระโดดข้ามไปบนดาดฟ้าเรือศัตรูก็ได้เช่นกัน บนเรือนั้นมีการติดตั้งปืนใหญ่รุ่นใหม่ โดยเจาะช่องยิงปืนใหญ่เรียงรายอยู่ข้างลำเรือเหนือระดับน้ำ ปากกระบอกปืนเล็งตรงออกไปพร้อมยิงใส่ศัตรู
         แต่เรื่องของเรื่องคือ น้ำหนักของคนกับปืนบนดาดฟ้าทำให้เรือแมรีโรสไม่สมดุล จนทำให้เรือเอียงและวูบไปด้านหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเรือเอียงแล้วทำให้น้ำไหลเข้าเรือทางช่องยิงปืนใหญ่ ผลก็คือเรือไม่สามารถกลับมาตั้งลำได้ใหม่ เรือจึงจมลงอย่างรวดเร็ว ทหารกับลูกเรืออีกหลายคนติดอยู่กับตาข่ายที่เอาไว้กั้นศัตรู เหตุการณ์นี้ทำให้มีคนจมน้ำตายไปราว 500 คนเลยทีเดียว และจากเหตุการณ์นี้ แมรีโรส ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในซากเรืออับปางที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุโรปเลยค่ะ

 
   x ทะเลบ้าคลั่ง ที่จมเรือร่วมหลายร้อยลำ
7 เกร็ดความรู้ "เรืออับปาง" ที่อยากให้อ่าน (ทั้งอึ้ง ทึ่ง หลอน)

         ทะเลรอบๆ แหลมฮอร์นซึ่งอยู่ใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้เป็นทะเลที่บ้าคลั่งที่สุดในโลก เพราะกระแสน้ำไหลเร็ว ชายหาดเป็นหิน มีหมอกหนาทึบไม่เหมาะกับการเดินเรือ มีภูเขาน้ำแข็ง ลมพัดแรงและคลื่นลูกโตที่อาจสูงได้ถึง 30 เมตร ทำให้เรือแล่นผ่านไปได้ยากมาก ยิ่งกว่าความยากคือ ช่างเป็นทะเลที่อันตรายรอบทิศทาง ความโหดร้ายของสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้มีเรืออับปางที่แหลมฮอร์นถึง 78 ลำ และมีเรือที่อับปางในทะเลใกล้เคียงอีกอย่างน้อย 800 ลำ แหลมฮอร์นแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักกันในนาม "สุสานเรือ"
         ยกตัวอย่างเรือที่อับปางบริเวณนี้ได้แก่ คริกเคธแคเซิล เรือใบอังกฤษ แล่นจากเปรูมุ่งหน้ายุโรป ในปี ค.ศ.1912 ในขณะที่แล่นอ้อมแหลมฮอร์นอยู่นั้น หางเสือก็เสียเพราะเจอพายุ จากนั้นน้ำก็รั่วเข้ามาในท้องเรือ ไปผสมกับมูลสัตว์ที่บรรทุกมาา ทำให้ไปอุดเครื่องปั๊มน้ำเรือจนตัน ผลที่เกิดเป็นทอดๆ ทำให้น้ำท่วมท้องเรือจนกระทั่งจมลง แต่ก็ยังเคราะห์ดีที่มีลูกเรือรอดชีวิตมาถึง 7 คน
 
   x เรือเดินสมุทรที่น่าสงสารที่สุด
         บางครั้งเรือที่จมลงอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ อย่างเช่น เรือลูซิเทเนีย เรือเดินสมุทรสุดหรูของบริษัทเดินเรือคูนาร์ด เรือลำนี้ออกแบบมาเพื่อบรรทุกผู้โดยสารระหว่างอังกฤษกับนิวยอร์ก มีรางวัลการันตีว่าเป็นเรือที่แล่นข้ามแอตแลนติกได้เร็วที่สุดด้วย แต่เมื่อประมาณปี ค.ศ.1914 เกิดสงครามระหว่างอังกฤษกับเยอรมนี สถานทูตเยอรมนีในอเมริกาได้เตือนนักเดินทางว่า ชาวเยอรมันจะปฏิบัติกับเรืออังกฤษทุกลำในฐานะเรือของศัตรู ทั้งๆ ที่เรือบางลำอาจไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพของอังกฤษเลยก็ตาม
 
7 เกร็ดความรู้ "เรืออับปาง" ที่อยากให้อ่าน (ทั้งอึ้ง ทึ่ง หลอน)
7 เกร็ดความรู้ "เรืออับปาง" ที่อยากให้อ่าน (ทั้งอึ้ง ทึ่ง หลอน)

         แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ กัปตันเรือกลับมั่นใจมากว่า เรือลูซิเทเนียจะต้องรอดแน่ๆ เพราะเรือแล่นได้เร็วกว่าเรืออื่นๆ แม้แต่เรือดำน้ำของเยอรมนีเอง ฉะนั้นไมมีใครไล่ตามทันแน่นอน แต่นั่นหารู้ไม่ว่ากัปตันคิดผิดอย่างแรง เพราะเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1915 เรือลูซิเทเนีย บังเอิญแล่นเข้าไปใกล้เรือดำน้ำของเยอรมนีที่นอกชายฝั่งด้านใต้ของไอร์แลนด์ เรือดำน้ำยิงตอร์ปิโดเข้าใส่หนึ่งลูก จนเรือเสียการควบคุมและเกิดระเบิดขึ้น ก่อนที่น้ำจะทะลักเข้าไปด้านในจนเรือเอียง และจมลงภายใน 18 นาที ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1,198 คน จากผู้โดยสารทั้งหมด 1,959 คน เหตุการณ์นี้ถูกประณามและถูกพาดหัวข่าวไปทั่วโลก
 
   x เรืออับปางเพราะความผิดพลาดของมนุษย์
       ในยุคหลังๆ ทั้งคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการออกแบบตามหลักวิทยาศาสตร์ช่วยให้เรือยุคปัจจุบันมีความปลอดภัยมากขึ้น แม้ว่าเหตุการณ์เรือล่มจะยังมีอยู่ แต่มักจะเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์เอง เช่น
          - ในปี ค.ศ.2002 เรือโดยสารจูลา จมลงนอกชายฝั่งเซเนกัลเพราะจุคนมากเกินไป มีคนเสียชีวิตกว่า 1,900 คน
          - ในปี ค.ศ. 1994 เรือโดยสารเอสโตเนีย จมลงในทะเลบอลติก เกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค ประตูส่วนหัวเรือเกิดล็อคไม่อยู่ ทำให้น้ำเข้าสู่ภายใน มีผู้เสียชีวิต 852 คน

 
7 เกร็ดความรู้ "เรืออับปาง" ที่อยากให้อ่าน (ทั้งอึ้ง ทึ่ง หลอน)

 
   x ยานดำน้ำลำแรกของโลก
  7 เกร็ดความรู้ "เรืออับปาง" ที่อยากให้อ่าน (ทั้งอึ้ง ทึ่ง หลอน)      เรือส่วนใหญ่จะจมลงไปลึกมาก ถ้าไม่มีการป้องกันตัว มนุษย์เราๆ ไม่มีทางดำน้ำลึกกว่า 200 เมตรได้อย่างปลอดภัย เพราะแรงดันน้ำจะบีบอัดร่างจนแหลกละเอียด 
        
ดังนั้นการสำรวจซากเรืออับปางในทะเลลึกเราจึงใช้หุ่นยนต์สำรวจ ยานลากจูง ยานอาร์โอวี(ยานควบคุมระยะไกล) หรือยานดำน้ำแทน และแอลวิน คือยานดำน้ำลึกลำแรกของโลก สร้างขึ้นเมื่อปี  ค.ศ.1964 ทำภารกิจถล่มทลายกว่า 4,200 ภารกิจ ด้วยคุณสมบัติของยานดำน้ำที่แข็งแรง  ดำน้ำได้ลึกถึง 4,500 เมตรจากผิวน้ำ ตัวยานติดตั้งไฟส่องสว่าง อากาศสำรอง หน้าต่างแขนกล และขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แรงดันน้ำหกเครื่อง

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

10 อันดับแอร์โฮสเตสที่สวยและมีเสน่ห์ที่สุดในโลก

ทั้งนี้ 10 อันดับแอร์โฮสเตสที่สวยและมีเสน่ห์ที่สุดในโลก มีดังนี้
1. สายการบิน Air France

สายการบิน Air France
สาวฝรั่งเศสดูหลงใหลน่าค้นหาตามสไตล์ฝรั่งเศส สาวๆ ทุกคนจึงไฮโซดูดี ด้วยความที่เป็นประเทศแห่งแฟชั่น ดังนั้น พนักงานต้อนรับทุกคนเปรียบเสมือนสวมวิญญาณนางแบบ เดินไปมาตามทางเดินบนเครื่องประหนึ่งมาเดินแคทวอล์ค ในชุดที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกอย่าง Christian Lacroix
2. สายการบิน Singapore Airlines

สายการบิน Singapore Airlines
สาวสิงคโปร์ดูมีคลาส แต่ยิ้มเป็นกันเองให้เสมอ ไม่ต้องแต่งหน้าจัดเหมือนสายการบินอื่นๆ แค่มาในชุดประจำชาติ “Sarong Kebaya” ก็ประทับใจผู้โดยสารได้ไม่ยาก ได้รับการยอมรับจากทั้งผู้โดยสาร นิตยสาร องค์กรในอุตสาหกรรมการบิน ว่าเป็นอันดับหนึ่งในด้านการบริการบนเครื่อง การันตีด้วยรางวัลบริการของลูกเรือที่ดีที่สุดในโลกเป็นเวลา 17 ปีติดต่อกัน
3. สายการบิน Aeroflot

สายบิน Aeroflot
สาวรัสเซียสวยคม หน้าผมเป๊ะทุกคน ได้รับการโหวตเป็นเบอร์หนึ่งในเรื่องยูนิฟอร์มของพนักงานต้อนรับที่ดูดีที่สุดในโลก ด้วยเอกลักษณ์หมวกทรงทหาร กับผ้าพันคอผูกเป็นโบ เก๋ไก๋ดูมีคลาส
4. สายการบิน Kingfisher Airlines

สายการบิน Kingfisher Airlines
สไตล์การแต่งเสื้อผ้าหน้าผมคล้ายกับแอร์เอเชีย แต่เป็นสไตล์อินเดีย ตาคมแบบภารตะ ที่หนุ่มยุโรปต่างเทโหวตให้ไม่แพ้สาวแอร์เอเชีย ในฐานะแอร์ที่ฮ็อตที่สุดในโลก
5. สายการบิน Cathay Pacific

สายการบิน Cathay Pacific
สายการบินชั้นนำของเอเชีย เหมือนกับพนักงานที่บริการเยี่ยม สาวหมวยหน้าตาน่ารักขนาดไปเป็นนางแบบได้สบายๆ
6. สายการบิน Emirates

สายการบิน Emirates
สาวสวยจากทั่วโลกมาเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินเอมิเรตส์ บริการได้ทุกภาษา สูงสง่า หน้าคม มีคลาส เหมือนกับบริการบนเครื่องที่ติดระดับ 5 ดาว ชุดแอร์รัดกุมราวกับกำลังบินโดยสายการบินของทหาร แต่สายการบินนี้มีรางวัลการันตีถึงคุณภาพมากมาย
7. สายการบิน Air Asia

สายการบิน Air Asia
เป็นสาวๆ สายการบินเดียวในโลกที่ไม่ม้วนเก็บผม มาพร้อมหุ่นนางแบบเอเชียในชุดสีแดง แต่ถ้าไม่สั่งอาหารบนเครื่อง แอร์ก็จะไม่ค่อยได้แวะเวียนมาให้บริการ นอกจากนั้นยังมีตำแหน่งเป็นสายการบิน low-cost ที่ดีที่สุดอีกด้วย
8. สายการบิน Lufthansa

แอร์สาวสัญชาติเยอรมัน แต่มีหน้าตาหลากหลาย ตั้งแต่สไตล์ตุรกีไปจนถึงเอเชีย แต่น้ำเสียงภาษาด๊อยชท์อาจจะแข็งๆ ไม่ไพเราะชวนฝัน และยังเป็นหนึ่งในสายการบินที่แอร์เป็นมิตรและให้บริการดีที่สุดสายหนึ่งในยุโรป
9. สายการบิน Thai Airways International

สายการบิน Thai Airways International
ให้บริการทุกระดับประทับใจ เน้นการให้บริการบนเครื่องที่ดีที่สุด แม้จะตัวสูงไม่เท่าแอร์โฮสเตสฝรั่ง แต่ก็ ได้รับรางวัลมากมายจากชุดแอร์ที่คงเอกลักษณ์ความเป็นไทยและสวยงามด้วยผ้าไหม
10. สายการบิน Virgin Atlantic

สายการบิน Virgin Atlantic
ชุดสีแดงกระชากใจ รัดรูปเห็นสัดส่วน พร้อมผ้าพันคอไหมพรมบางๆ นุ่มๆ แต่ความที่เป็นสาวอังกฤษ หุ่นจึงไม่บางเหมือนสาวเอเชีย ได้รับตำแหน่งแอร์ที่ “น่าหลงใหล” ที่สุดของยุโรปในปี 2011

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

คำศัพท์ที่ใช้ในสนามบิน

และเมื่อเราไปต่างประเทศ ภาษาที่เค้ามักจะใช้กันในสนามบินก็คือภาษาอังกฤษ และแน่นอนย่อมมี หลายๆ คนที่ไม่ค่อยมั่นใจในคำศัพท์ภาษาอังกฤษในสนามบินกันสักเท่าไรใช่มั้ยล่ะ

 

Passengers walk through the newly opened Maynard H. Jackson Jr. International Terminal in Atlanta, Georgia

 

สำหรับกระบวนการขึ้นเครื่องบินนั้นก็จะเริ่มจาก…

 

เมื่อเราเช็คอินเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้ Boarding Pass = บัตรผ่านขึ้นเครื่องบินมาครับผม ต่อจากนั้นล่ะก็ เราก็ต้องผ่านวิธีการ Immigration = การตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทาง จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปที่ Gate = ประตูที่จะขึ้นเครื่องบิน ตามหมายเลขที่ระบุไว้นั่นเองครับ แต่ระหว่างทางที่เราเดินไปล่ะ!! มีคำศัพท์ตั้งไม่รู้กี่คำเลยแหล่ะ

 

Airline Counter : เคาน์เตอร์สายการบิน
Aisle seat : ที่นั่งริมทางเดิน
Window seat : ที่นั่งริมหน้าต่าง
Boarding pass : ตั๋วเครื่องบิน , บัตรผ่านขึ้นเครื่องบิน, เอกสารระบุเลขที่นั่งใช้สำหรับผ่านเข้าเขต ผู้โดยสารขาออกและขึ้นเครื่องบิน
Carry-on luggage : สัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องบิน
Check-in desk : เคาน์เตอร์เช็ค-อิน
Excess baggage : กระเป๋าน้ำหนักเกิน
Excess baggage charge : ค่าปรับกระเป๋าน้ำหนักเกิน
One-way trip : เดินทางเที่ยวเดียว
Overweight : น้ำหนักเกิน
Immigration : ด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ทำการตรวจเอกสาร วีซ่า
Immigration Form : ใบตรวจคนเข้าเมือง
Passport หนังสือเดินทาง
Transit Passenger : ผู้โดยสารที่แวะลงสนามบินแห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อทำการเปลี่ยนเครื่องโดยไม่แวะเข้าอยู่ในประเทศหรือเมืองนั้นๆ
Passenger : ผู้โดยสารสายการบิน

 

japan-airlines-boeing-787-8-fsx1

Air traffic control : หอควบคุมการบิน
Aircraft , Airplane, Plane: เครื่องบิน
Airline : สายการบิน
Airport : สนามบิน
Arrivals : เที่ยวบินขาเข้า (Departures : เที่ยวบินขาออก)
Arrivals are delayed : เครื่องบินล่าช้า
Cabin : ห้องโดยสาร
Cockpit : ห้องนักบิน
Concourse : ชานชาลา
Control tower : หอควบคุม

 

o-SWISS-SOLAR-PLANE-facebook

Customs : ศุลกากร
Customs officiall : เจ้าหน้าที่ศุลกากร ทำหน้าที่ตรวจเช็ค สัมภาระที่นำติดตัวเข้าประเทศ
Currency Exchange : บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
Delayed : ล่าช้า
Departures : เที่ยวบินขาออก
Departures are delayed : เที่ยวบินขาออกล่าช้า
Departure lounge : ห้องรับรองผู้โดยสารขาออก
Departure time : เวลาเครื่องบินออก
Direct flight : เที่ยวบินไม่จอดแวะ
Domestic flight : เที่ยวบินภายในประเทศ
Duty free shop : ร้านค้าปลอดภาษี
Emergency exit : ทางออกฉุกเฉิน
Emergency landing : ลงจอดฉุกเฉิน

 

art-Qatar-Airways-crew-620x349

Flight number : หมายเลขเที่ยวบิน
Gate : ประตูขึ้นเครื่อง
Information Counter : บริการสอบถาม
In-flight manual : คู่มือบนเครื่องบิน
International flight : เที่ยวบินต่างประเทศ
Landing : ลงจอด
Lost and Found : บริการติดตามสัมภาระ จุดแจ้งกระเป๋าเดินทางหาย
Oversize baggage claim : ช่องรับสัมภาระเกินขนาด
Passengers lounge : ห้องรับรองผู้โดยสาร
Plane : เครื่องบิน
Registered luggage : สัมภาระที่ลงทะเบียนแล้ว
Runway : ทางขึ้นลงเครื่องบิน
Carousel : สายพานหรือรางเลื่อนรับกระเป๋า
Free Airport Shuttler :รถรับส่งระหว่าง TERMINAL ภายในสนามบินฟรี

 

Emirates_Boeing_777-200LR_First_Class_Suite

Round trip : เดินทางไปกลับ
Tourist : นักท่องเที่ยว
Travel agency : บริษัทนำเที่ยว
Trolley : รถเข็นสัมภาระ
To board : ขึ้นเครื่อง
Terminal : สถานี
To land : ลงจอด
To check in : เช็ค-อิน
Timetable : ตารางเวลา
Take-off : ออกตัว
Seat belt : เข็มขัดนิรภัย
Seat : ที่นั่ง

 

First Class dining - media player_6_tcm233-685693

สำหรับเจ้าพนักงานบนสายการบิน…
Visa : วีซ่า
Air Hostess : แอร์โฮสเตส
Air Steward : พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาย
Air Stewardess : พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิง
Copilot : นักบินร่วม
Crew : ลูกเรือ
Pilot : นักบิน
Flight : attendant พนักงานบนเครื่องบิน

 

02

และมีอีกบางประโยคที่เรามักจะได้ยินกันบนเครื่องเช่น…
Please fasten your seat beit. :  กรุณาคาดเข็มขัดนิรภัย
Cabin crew prepare for take-off. : ให้ลูกเรือเตรียมตัวสำหรับการนำเครื่องบินขึ้น
Cabin crew prepare for landing. : ห้ลูกเรือเตรียมตัวสำหรับการนำเครื่องบินลง


วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตุตันคามุน ยุวฟาโรห์

ตุตันคามุน ยุวฟาโรห์ พระองค์เป็นกษัตริย์เมื่อ 1334 ปีก่อนคริสต์ศักราช ขณะมีพระชนมายุเพียงแปดพรรษาเนื่องจากทรงพระเยาว์เกินกว่าจะรับผิดชอบงานสำคัญในการปกครองอียิปต์ได้

ตุตันคามุน

 

     จึงมีมนตรีสองคนรับผิดชอบแทนคือ ไอย์ ผู้เป็นมุขมนตรี และโฮเรมเฮบ ผู้บัญชาการกองทัพ ทั้งสองจะตัดสินใจเรื่องต่างๆแทนฟาโรห์ตุตันคามุน

     ตุตันคามันครองบัลลัง์ฟาโรห์ได้ราวเก้าปี พระองค์ก็สิ้นพระชนม์เมื่อมีพระชนมายุ 17 พรรษา พระศพได้รับการทำมัมมี่และฝังในสุสานที่เจาะเข้าไปด้านข้างของหุบผาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพฟาโรห์หลายพระองค์ เรียกกันว่า หุบผากษัตริย์ พระศพของตุตันคามุนถูกฝังพร้อมทรัพท์สินล้ำค่าสำหรับทรงใช้ในปรภพ

   สุสานในหุบผากษัตริย์สร้างขึ้นโดยตั้งใจให้เป็นความลับ ถึงกระนั้นพวกหัวขโมยก็หาพบและขโมยของมีค่าไปจนหมด พวกนั้นพบสุสานของตุตันคามุน แต่ถูกจับได้ก่อนจะสร้างความเสียหายได้มากนัก หลายปีต่อมา ขณะที่กำลังมีการขุดสุสานของฟาโรห์รามเสสที่หก ได้เกิดหินถล่มลงไปในหุบผาและปิดทางเข้า สุสานของตุตันคามุนเสียสนิท หลังจากนั้นสุสานของพระองค์ก็ถูกลมเลือ 

ประวัติศาสตรมัมมี่

 

     ในปี 1922 นักโบราณคดีชาวอังกฤษชื่อ เฮาเวิร์ด คาร์เตอร์ ค้นพบสุสานของตุตันคามุน เขาใช้เวลาค้นหาอยู่หลายปี จนนักโบราณคดีคนอื่นคิดว่าเสียเปล่า พวกเขาเห็นว่ามีการค้นพบสุสานในหุบผากษัตริย์หมดทุกแห่งแล้วแต่คาร์เตอร์ก็ไม่ละความพยายาม และในเดือนพฤศจิกายน ปี 1922 เขาก็พบบันไดที่ทอดไปสู่ประตูสุสานแห่งหนึ่ง

 

ตุตันคามุน

 

     หลังประตูบานนั้นเป็นทางเดิน สุดทางเดินเป็นประตูบานที่สองซึ่งคาร์เตอร์ได้เจาะรู และเมื่อมองผ่านรูนั้นเข้าไป เขาก็บอกว่าได้เห็น “สิ่งอัศจรรย์มากมาย” ต้องใช้เวลาถึงสิบปีในการเคลื่อยย้ายทรัพย์สมบัติทั้งหมดออกจากสุสาน ซึ่งมีเครื่องเพชรและบังลังก์ทองคำรวมอยู่ด้วย หน้ากากทองคำที่ครอบพระเศียรและพระอังสาขององค์ฟาโรห์นั้นทำด้วยทองคำแท้หนัก 10 กิโลกรัม

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558

คลื่นสึนามิ

คลื่นสึนามิ (ญี่ปุ่น: 津波 tsunami สึนะมิ, "คลื่นที่ท่าเรือ" หรือ "คลื่นชายฝั่ง" ?) เป็นกลุ่มคลื่นน้ำที่เกิดขึ้นจากการย้ายที่ของปริมาตรน้ำก้อนใหญ่ คือ มหาสมุทรหรือทะเลสาบขนาดใหญ่ แผ่นดินไหว การปะทุของภูเขาไฟและการระเบิดใต้น้ำอื่น (รวมทั้งการจุดระเบิดวัตถุระเบิดนิวเคลียร์ใต้น้ำ) ดินถล่ม ธารน้ำแข็งไถล อุกกาบาตตกและการรบกวนอื่น ไม่ว่าเหนือหรือใต้น้ำ ล้วนอาจก่อให้เกิดเป็นคลื่นสึนามิได้ทั้งสิ้น[1]

คลื่นสึนามิไม่เหมือนกับคลื่นทะเล(tidal wave)ตามปกติ เพราะมีความยาวคลื่นยาวกว่ามาก แทนที่จะเป็นคลื่นหัวแตก (breaking wave) ตามปกติ คลื่นสึนามิเริ่มแรกอาจดูเหมือนกับว่าคลื่นน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และด้วยเหตุนี้ คลื่นสึนามิจึงมักเรียกว่าเป็นคลื่นยักษ์ โดยทั่วไป คลื่นสึนามิประกอบด้วยกลุ่มคลื่นซึ่งมีคาบเป็นนาทีหรืออาจมากถึงชั่วโมง มากันเรียกว่าเป็น "คลื่นขบวน" (wave train)[2] ความสูงของคลื่นหลายสิบเมตรนั้นอาจเกิดขึ้นได้จากเหตุการณ์ขนาดใหญ่ แม้ผลกระทบของคลื่นสึนามินั้นจะจำกัดอยู่แค่พื้นที่ชายฝั่ง แต่อำนาจทำลายล้างของมันสามารถมีได้ใหญ่หลวงและสามารถมีผลกระทบต่อทั้งแอ่งมหาสมุทร คลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 เป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 230,000 คน ใน 14 ประเทศที่ติดกับมหาสมุทรอินเดีย

ธูซิดดิดีส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก เสนอเมื่อ 426 ปีก่อนคริสตกาล ว่า คลื่นสึนามิเกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวใต้ทะเล[3][4] แต่ความเข้าใจในธรรมชาติของคลื่นสึนามิยังมีเพียงเล็กน้อยกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 และยังมีอีกมากที่ยังไม่ทราบในปัจจุบัน ขอบเขตการวิจัยในปัจจุบันส่วนใหญ่รวมไปถึงความพยายามค้นหาความจริงว่าเหตุใดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บางครั้งจึงไม่ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ขณะที่แผ่นดินไหวที่รุนแรงน้อยกว่ามากกลับก่อให้เกิดคลื่น พยายามพยากรณ์เส้นทางของคลื่นสึนามิข้ามมหาสมุทรอย่างแม่นยำ และยังพยากรณ์ว่าคลื่นสึนามิจะมีปฏิสัมพันธ์กับชายฝั่งแห่งหนึ่ง ๆ อย่างไร